11------1

เพราะความกตัญญู คือ บ่อเกิดของความสำเร็จ
คลิ๊ก อ่านประวัติของเธอได้ที่นี้ และคุณจะทึ่ง !! ประวัติสาวน้อย Charice
SPONSORED LINKS



วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551

กรอบรูปวิทยาศาสตร์

กรอบรูปวิทยาศาสตร์

การทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์ เป็นการนำรูปถ่ายที่เราประทับใจ และต้องการนำมาตั้งโชว์ หรือเก็บไว้ได้นาน โดยยังมีสภาพที่สวยงามอยู่ เราจึงนำมาเคลือบด้วยสารเคมีทางวิทยาศาสตร์ ให้เป็นกรอบรูป สามารถนำไปติดข้างฝา หรือนำไปตั้งไว้บนโต๊ะ

วัสดุอุปกรณ์

1. น้ำยาโปลีเอสเตอร์เรซิ่น
2. ตัวทำปฎิกิริยา หรือตัวทำให้แข็ง
3. กาวลาเท็กซ์
4. ฟิล์มไมลาร์แบบเงา
5. กรอบไม้สำหรับขึงฟิล์มไมลาร์ให้ตึง ( ความใหญ่ของกรอบไม้ขึ้นกับขนาดของแผ่นรองรับรูปที่จะเคลือบ )
6. น้ำยากันซึม ใช้ทาเฉพาะภาพที่เป็นสิ่งพิมพ์
7. การขัดแต่งขอบไม้ 4 ด้านมีกระดาษทรายเบอร์ 150
8. ถ้วยตวงและไม้กวนเรซิ่น
9. เส้นทองใช้สำหรับติดขอบรูปเพื่อเพิ่มความสวยงามของภาพ
10. แผ่นไม้อัดเรียบหนา 10 มิลลิเมตร หรือแผ่นกระดาษอัด ขนาด 5 นิ้ว ×7 นิ้ว( ใช้กับรูปขนาด 3 นิ้ว × 5 นิ้ว )
11. เทปกระดาษชนิดบาง
12. อาซีโทน น้ำยาล้างเรซิ่น
13. ลูกกลิ้งยาง
14. กระดาษหนังสือพิมพ์
15. กระดาษพิมพ์ลายไม้ (หรือลายอื่น ๆ )ใช้ปิดทำผิวหน้าแผ่นไม้ก่อนติดรูป

วิธีทำ

1. ตัดไม้อัด ตามขนาดของรูปที่ที่จะทำการเคลือบ (ควรเว้นให้มีขอบด้วย) แล้วนำมาขัดให้ เรียบ โดยเฉพาะบริเวณขอบ
2. ทากาวกับหน้าไม้อัด เพื่อติดกระดาษทำพื้นหลังและขอบข้าง
3. นำกระดาษพื้นหลัง และขอบข้างมาติด ให้เรียบ
4. ใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งไล้ฟองอากาศให้เรียบ
5. ตัดกระดาษที่เกินของไม้ แล้วนำรูปที่จะเคลือบมาทากาว ติดตรงกลาง ทับบนพื้นหลังแล้วกลิ้งให้เรียบ ติดขอบด้วยกระดาษติดขอบให้เรียบร้อยสวยงาม
6. ในขณะที่รอให้ภาพแห้ง ก็มาทำการเตรียมขึงแผ่นแฟรมกับกรอบไม้ โดยเจาะรูที่แฟรมขึงให้ตึงด้วยหนังยาง
7. เทเรซิ่น 25 ซีซี แล้วผสมตัวทำแข็งลงไป 5 - 7 หยด
8. รีบกวนให้เข้ากัน ( ประมาณ 1 นาที ) แล้วเทเรซิ่นลงกลางรูป
9. รีบนำฟิล์มไมลาร์ที่ขึงตึงไว้ วางทับไปที่น้ำยาเรซิ่น แล้วใช้ลูกกลิ้งยาง กลิ้งบนฟิล์มให้น้ำยาที่อยู่ใต้ฟิล์มวิ่งไปทั่วรูปจนไม่มีฟองอากาศ ( เวลาไล่น้ำยาควรกลิ้งจากตรงกลางไปหาขอบทั้ง 4 ด้าน และออกแรงกดพอสมควรเพื่อไล่ฟองอากาศออกให้หมด )ใช้เวลากลิ้งน้ำยาเรซิ่นไม่ควรเกิน 5 นาที เสร็จแล้วทิ้งให้น้ำยาแห้งสนิทประมาณ 2 -3 ช.ม.จึงแกะแผ่นฟิล์มออก

10. เคลือบน้ำยาเรซิ่นชั้นที่ 2 โดยนำกระดาษทรายเบอร์ 150 ขัดให้ผิวเรซิ่นหยาบ ๆเสียก่อน การขัดต้องขัดเฉพาะบริเวณขอบที่เป็นลายไม้ อย่าขัดลง กลางรูป เพื่อให้น้ำยาเรซิ่นที่เคลือบซ้ำ ติดแน่น ไม่ลอกออกง่าย ( ส่วนที่ขัดจะมัวไม่ต้องตกใจ เมื่อเคลือบซ้ำจะเงาเอง )ให้ทำขั้นตอนเหมือนการเคลือบครั้งที่ 1 ทุกอย่าง ผลที่เกิดจากการเคลือบครั้งที่ 2 จะทำให้ผิวเรซิ่นเรียบ ไม่สะดุดความหนาของรูปหรือเส้นทองที่ติดไว้

11. ผึ่งให้แห้ง แล้วค่อย ๆ แกะเฟรมออก

นำมาติดขาตั้ง

หรือนำไปแขวน

ขอขอบคุณบทความดี ๆ ทางอาชีพ

แหล่งที่มา : http://members.thai.net/handmake46/handmake03.htm

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Loading...

บทความที่ได้รับความนิยม

บทความ ใหม่ล่าสุด

Superman (It's Not Easy)
















...............................................................................
I can't stand to fly
I'm not that naive
I'm just out to find
The better part of me

I'm more than a bird:I'm more than a plane
More than some pretty face beside a train
It's not easy to be me

Wish that I could cry
Fall upon my knees
Find a way to lie
About a home I'll never see

It may sound absurd:but don't be naive
Even Heroes have the right to bleed
I may be disturbed:but won't you conceed
Even Heroes have the right to dream
It's not easy to be me

Up, up and away:away from me
It's all right:You can all sleep sound tonight
I'm not crazy:or anything:

I can't stand to fly
I'm not that naive
Men weren't meant to ride
With clouds between their knees

I'm only a man in a silly red sheet
Digging for kryptonite on this one way street
Only a man in a funny red sheet
Looking for special things inside of me

It's not easy to be me.


ฉันไม่ได้อยากจะเหาะไปเหาะมาทุกวัน
ไม่ได้ซื่อบื้อขนาดนั้น
ฉันก็แค่อยู่เพื่อค้นหา
ตัวตนที่ดีกว่าที่เป็นอยู่

ฉันเป็นมากกว่านก ฉันเร็วกว่าเครื่องบิน
เป็นมากกว่าหน้าตาหล่อๆ ที่คอยบินตามหยุดรถไฟ
ไม่ง่ายเลยนะที่จะเป็นตัวฉันเอง

ฉันหวังจะได้ร้องไห้เสียบ้าง
ซบหน้าลงกับท่อนแขน
เฝ้าแต่โกหกแก้ตัว
ถึงเรื่องบ้านเกิด ที่ไม่เคยแม้ได้เห็น

อาจจะฟังดูเหลวไหล แต่โปรดอย่าหัวเราะ
เพราะแม้จะเป็นซูเปอร์แมน แต่ก็เลือดไหลได้เหมือนกัน
ฉันอาจจะพูดอะไรไม่ดีไปบ้าง แต่โปรดอย่าได้ถือสา
กระทั่งเป็นซูเปอร์แมนก็มีความฝันกับเขาได้เหมือนกัน
ไม่ง่ายเลยนะที่จะเป็นตัวฉันเอง

บินบินไปบนฟ้า หนีไปจากตัวเอง
ไม่เป็นไรใช่ไหม? คุณๆก็ยังคงหลับฝันดีได้
ฉันไม่ใช่คนบ้านะ

วันๆเอาแต่เหาะไปมา
ฉันไม่ได้ปัญญาอ่อนนะ
ผู้ชายน่ะไม่ได้เกิดมา
เพื่อบินเล่นบนก้อนเมฆหรอกนะ

ฉันก็แค่ผู้ชายธรรมดา ในผ้าคลุมสีแดงตลกๆ
ขุดหาคริปโตไนท์บนถนนเส้นเดิม
ก็แค่ผู้ชายธรรมดาในชุดสีแดงงี่เง่าๆ
มองหาบางสิ่งพิเศษให้กับตัวเอง

ไม่ง่ายเลยที่จะเป็นซูเปอร์แมน

The Key (เดอะ คีย์) หนังสือจากสำนักพิมพ์ ต้นไม้

เรียกได้ว่าเป็นหนังสือภาคต่อของหนังสือ เดอะซีเคร็ต ถ้าคุณเป็นหนอนหนังสือตัวจริง ผมว่าคุณคงจะรู้จักหนังสือเหล่านี้ดี ครั้งแรกที่ผมอ่านหนังสือ เดอะซีเคร็ตนั้น ผมยังไม่เข้าใจถึงวิธีการทำงานของ กฎของแรงดึงดูดที่ว่า ใครมีความคิดเช่นไรก็จะเป็นคนเช่นนั้น ไม่ว่าเราประสบความสำเร็จหรือกำลังล้มเหลวในชีวิต ทุกสิ่งเกิดขึ้นจากความคิดของเราเอง ผมคงไม่สามารถบรรณยาย ประโยชน์ของหนังสือเล่มนี้ออกมาได้หมดสิ้น แต่ด้วยความปราถนาดีจากผมจริงๆที่ต้องการแบ่งปันสิ่งดีๆให้กับผุ้อื่นบ้าง

ปฏิญญาณของผู้มองแง่ดี

สัญญากับตัวเองว่า

จะเข้มแข็งเสียจนไม่มีสิ่งใดสามารถรบกวนความสงบสุขทางใจของคุณได้
จะพูดถึง สุขภาพดี ความสุข และความรุ่งเรือง แก่ทุคคนที่คุณพบ
จะทำให้เพื่อนทั้งหมดของคุรรู้สึกว่ามีบางสิ่งดีๆในตัวพวกเขา
จะมองที่ด้านสว่างของทุกสิ่งและทำให้การมองแง่ดีของคุณกลายเป็นความจริง
จะคิดแต่เรื่องที่ดีที่สุด ทำงานให้แก่คนดี ให้แก่สิ่งดีที่สุด และคาดหวังแต่สิ่งที่ดีที่สุด
จะมีความกระตือรือร้นเกี่ยวกับความสำเร็จของผู้อื่นมากเท่ากับของคุณเอง
จะลืมความผิดพลาดในอดีตและเพียรพยายามไปสู่การบรรลุความสำเร็จของอนาคตที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
จะดำรงใบหน้าอันร่าเริงตลอดเวลาและทำให้สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตที่คุณพบยิ้ม
จะให้เวลาแก่การปรับปรุงพัฒนาตัวเองมากเสียจนกระทั่งคุณไม่มีเวลาที่จะวิจารณ์คนอื่นๆ
จะเป็นคนที่ใหญ่กว่าความกังวล สง่างามกว่าความโกรธ แข็งแกร่งกว่าความกลัวและมีความสุขเกินกว่าที่จะอนุญาตให้มีความยุ่งยาก
จะคิดแก่ตัวเองและอ้างสิทธิ์ข้อเท็จจริงแก่โลก ไม่ใช่ด้วยคำพูดดังแต่ด้วยการกระทำที่ยิ่งใหญ่
จะใช้ชีวิตโดยศัทธาว่าโลกทั้งใบอยู่ข้างคุณตราบนานเท่าที่คุณยังเที่ยงตรง ต่อสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่ในตัวคุณ

หมายเหตุ จาก ปฏิญญาของผู้มองแง่ดี ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1912 หนังสือของ คริสเตียน ดี ลาร์สัน ชื่อ Your Forces and How to Use Them ฉบับย่อของมันใช้กันทุกวันนี้ โดย Optimist Interna tional ซึ่งเป็นกลุ่มคนทั่วโลกที่มุ่งไปที่การทำให้ความแตกต่าง ที่เป็นบวกเกิดขึ้นในโลก

**คัดมาจากหนังสือ เดอะคีย์ จากสำนักพิมพ์ ต้นไม้